เสริมพัฒนาการทางอารมณ์และสติปัญญาด้วยฮอร์โมนแห่งความสุข

พัฒนาอารมณ์
Share | 1 | Posted On 08 Sep 2019

ทุกคนต่างก็ปรารถนาอยากจะมีความสุข ไม่เว้นแม้แต่เด็กเล็ก ซึ่งการที่เด็กมีอารมณ์ดี มีความสุขสนุกสนานนั้น ส่งผลต่อพัฒนาการทางอารมณ์และสติปัญญาที่ดีอีกด้วย เนื่องจากเวลาที่มีความสุข ร่างกายจะหลั่ง “ฮอร์โมนเอ็นดอร์ฟิน (Endorphins)” หรือสารแห่งความสุขออกมา ซึ่งข้อมูลจากงานวิจัยพบว่าสารนี้มีคุณสมบัติในการเสริมพลังด้านบวก ทำให้เด็กรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย ปลอดภัย เพิ่มความเชื่อมั่นในตัวเอง เสริมสร้าง EQ สามารถรับมือกับเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือความเปลี่ยนแปลงได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยให้อยากอาหารมากขึ้น และยังเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายอีกด้วย

คุณพ่อคุณแม่เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการดูแลสภาพจิตใจของลูก ให้มีความสุขได้ในทุก ๆ วัน โดยมีเคล็ดลับง่าย ๆ ในการสร้างความสุขให้แก่ลูก ดังนี้

  1. สัมผัสตัวลูกบ่อย ๆ 

การสัมผัสตัวลูกนั้นเป็นภาษากายที่ใช้ในการส่งผ่านความรักที่ง่ายและได้ผลดี โดยพ่อแม่สามารถสร้างความสุขจากการสัมผัสได้หลายโอกาส เช่น เป็นการกอดหรือการหอมเพื่อแสดงความรัก การลูบหัวลูบหลัง จับมือ เพื่อปลอบหรือให้กำลังใจ การบีบนวดเนื้อตัวเพื่อผ่อนคลาย เป็นต้น

 

       2. ให้ลูกได้เล่นอย่างเพียงพอ

การเล่นเป็นกิจกรรมโปรดของเด็กอยู่แล้ว เพราะร่างกายได้ปลดปล่อยพลังงาน ทำให้รู้สึกสดชื่น เลือดลมสูบฉีด พ่อแม่ควรหาเวลาเล่นกับลูกบ้าง หรือพาลูกไปเล่นกับเพื่อนเพื่อให้เค้าได้เรียนรู้การเข้าสังคมไปในตัว

 

      3. จัดเวลาพักผ่อนอย่างเหมาะสม

เคยสังเกตุหรือไม่ว่าถ้าเรานอนน้อย ร่างกายและอารมณ์จะไม่สดชื่นแจ่มใส และยิ่งกับเด็กที่ยังจัดการอารมณ์ได้ไม่ดี ความหงุดหงิดก็จะเพิ่มขึ้นมากกว่าผู้ใหญ่เสียด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นการขัดขวางการสร้างฮอร์โมนแห่งความสุข พ่อแม่จึงควรจัดสรรเวลาให้เด็กได้พักผ่อนอย่างเพียงพอในแต่ละวัน

      4. ทำกิจกรรมร่วมกัน

หาเวลาว่างแล้วชวนลูกทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น พาไปเที่ยว ช่วยกันทำอาหาร วาดรูปหรือเล่นกีฬาด้วยกัน แค่นี้ก็ทำให้เด็กมีความสุขได้แล้ว

      5.ชื่นชมหรือให้กำลังใจ

ถ้าลูกทำดีพ่อแม่ควรชมเชย เพื่อให้ลูกภาคภูมิใจ เห็นคุณค่าในตัวเอง และเป็นการกระตุ้นให้ทำพฤติกรรมนั้นต่อไป แต่ถ้าลูกเกิดความทุกข์ใจ ผิดหวัง อย่าละเลยที่จะให้กำลังใจ เพื่อกระตุ้นให้เค้ากลับมามีความสุข มีความมั่นใจในตัวเอง



       6. ฝึกสมาธิ

พ่อแม่สามารถฝึกให้ลูกมีสมาธิให้กับลูกได้ง่าย ๆ ด้วยการจัดสภาพแวดล้อมให้เค้าอยู่ในที่ ๆ สงบ ไม่มีสิ่งเร้ามากเกินไป หรืออาจให้ทำกิจกรรมที่ต้องจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น การทำงานศิลปะแบบอิสระ (Free form Art) การเล่นเกมกระดาน หรือการนั่งสมาธิ เป็นต้น